10 หนังที่จะเปลี่ยนแปลงความคิด และก็มุมมองการบรรลุผลในชีวิตคุณไปตลอดไป

ดูหนังฟรี หนัง ไม่ว่าจะเป็นการ ดูหนังผ่านเน็ต หรือดูในโรงภาพยนตร์ ประสบการณ์จากการดูหนังก็ให้อะไรได้มากกว่าที่คิด ก่อนที่จะคุณดูบางทีก็อาจจะรู้สึกอีกอย่าง แต่เพียงพอหนังจบลง ความรู้สึกของคุณอาจเปลี่ยนไปอีกอย่าง ในหนังเรื่องหนึ่งๆมักแฝงข้อคิดเตือนใจไว้มากยิ่งกว่า 1 ข้ออย่างไม่ต้องสงสัย แม้ค่อยๆคิดตามไปบางทีอาจไม่มีความจำเป็นที่ต้องเชื่อฟังทั้งหมดทั้งปวง ความคิดของคุณอาจตกตะกอนขึ้นก็ได้ บางเรื่องให้ทั้งยังแรงบันดาลใจ และก็มีผลกับการตัดสินใจในชีวิตเราอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วก็หนังอีกทั้ง 10 เรื่องต่อไปนี้แนะนำให้ท่านลองไปหามาดูให้ได้นะ เนื่องจากว่ามันอาจจะส่งผลให้คุณเปลี่ยนแปลงความคิด ชีวิตเปลี่ยนและก็บรรลุเป้าหมายอย่างไม่คาดคิดมาก่อนก็ได้

1. Fight Club : วัตถุนิยมกับการแบ่งแยก
Fight Club เป็นหนังซึ่งสามารถมองได้บ่อย บอกเล่าเรื่องราวการปลดปล่อยตนเองออกมาจากห่วงโซ่ของชีวิตยุคใหม่ ซึ่งมีความซ้อนทับและทำให้คุณกลายเป็นเหยื่อของหนัง ตัวละครพร้อมที่จะรับความเจ็บหรือเสี่ยงตายถึงชีวิต

2. Pumping Iron : ความเชื่อในตนเองแล้วก็การถือสิทธิ์
Pumping Iron มิได้เป็นเพียงหนังที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างความสามารถร่างกายแค่นั้น แต่เป็นภาพยนตร์สำหรับคนที่ไขว่คว้าหาพลังแห่งความเชื่อถือในตนเอง
ซึ่ง Arnold Schwarzenegger ได้มีการเปลี่ยนความคิดทัศนคติแล้วก็ความเลื่อมใสของเขาในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย เพราะเหตุว่างั้นก็เลยไม่แปลดวงใจเลยว่าเพราะอะไรคุณถึงควรหยิบขึ้นมาดูบ้าง

3. The Words : ประดิษฐ์ให้เป็นงานของตน
The Words เรื่องราวของหนังเขียนที่ชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จนั้นยากเย็นเพียงใดสำหรับเพื่อการไขว่คว้า ทำให้ยอมรวมทั้งถอยหลังกลับ หรือไปก็อปปี้งานของมนุษย์ซึ่งง่ายดายกว่าเยอะ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสร้างแรงดลใจให้รับผิดชอบกับการทำงานของตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

4. In Pursuit Of Happyness : อย่ายอม
ภาพยนตร์เนื้อหาลึกซึ้งกินใจที่อาจทำให้คุณเสียน้ำตาได้ เรื่องราวของ Chris Gardner เซลส์แมนหนุ่มที่จำเป็นต้องกัดฟันสู้ในภาวะเศรษฐกิจเพื่อความมีชีวิตรอดของครอบครัวจนถึงเปลี่ยนมาเป็นคนไม่มีบ้าน หนังเรื่องนี้จะให้แง่คิดว่าเหตุใดคุณก็เลยไม่สมควรยอม และไม่ปล่อยให้สถานการณ์ใดๆมาทำลายความฝันของตัวเอง

5. Good Will Hunting : ดูหนังฟรีออนไลน์ ตามหาศรัทธารัก
เป็นหนังสำหรับคนที่มีความรู้และมีความเข้าใจแต่ว่าไม่เชื่อว่าตนเองจะบรรลุผลสำเร็จได้ ภาพยนตร์ประเด็นนี้จะมอบแรงจูงใจให้คุณอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งเห็นว่าตัวเองก็มีอำนาจพอที่จะทำเป็นแบบเดียวกัน

6. The Secret : ทัศนคติในเชิงบวก
The Secret เป็นภาพยนตร์ที่อ้างอิงเกี่ยวกับกฏแห่งการดึงดูด เล่าให้มองเห็นถึงปรัชญาบวกสำหรับชีวิตที่เป็นอยู่ หนังหัวข้อนี้จึงเหมาะสมแก่คนที่กำลังสิ้นหวังและมองหาแรงผลักดันและแรงกระตุ้นให้ก้าวเดินต่อ

7. The Social Network : สิทธิโดยชอบธรรม
คงมีคนที่เคยชินกับเรื่อง The Social Network movie ซึ่งเกิดเรื่องราวการบรรลุเป้าหมายของ Mark Zuckerberg ผู้จัดตั้ง Facebook เป็นภาพยนตร์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนดูคิดว่าตนเองก็มีสิทธิ์ที่จะไปถึงเป้าหมายได้

8. Yes Man : จังหวะดีๆ
เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ที่ใครๆก็มองได้ เรื่องราวของคาร์ล หนังออนไลน์ อัลเลนที่ชีวิตย่ำอยู่กับที่ทั้งทุกข์ใจอีกต่างหาก และชีวิตก็แปรไปอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อเขาเริ่มพูดคำว่า “ได้” หนังหัวข้อนี้จะก่อให้คุณย้อนกลับไปนึกถึงช่องทางที่เคยพลาดไปโดยเอ่ยว่า “ไม่” คำที่เดียวที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง

9. Limitless : เริ่มต้นแล้วก็ลงมือ
เรื่องราวของ Eddie Morra ที่กินยาจำพวกพิเศษตัวหนึ่งและทำให้ชีวิตของตัวเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดียิ่งขึ้นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเรื่องนี้สอนให้ผู้ชมตระหนักถึงสิ่งต่างๆในชีวิตที่สามารถกำจัดให้เกิดผลได้

10. The Wolf Of Wall Street : แรงผลักดันและก็ความรวย
สร้างจากความเป็นจริงของจอร์แดน เบลฟอร์ เป็นหนังที่ชี้ให้เห็นว่าอะไรที่เงินซื้อได้และไม่ได้บ้าง The Wolf Of Wall Street เป็นภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณหันมาประเมินชีวิตในตอนนี้ของตนอีกรอบ พร้อมด้วยมุ่งหวังให้ทุกสิ่งทุกอย่างมีความละเอียดลออขึ้นกว่าเดิม

บางครั้งภาพยนตร์ก็เป็นสะพานสร้างแรงจูงใจ พาคนดูมุ่งสู่การบรรลุผลที่พวกเราต้องการได้อย่างแท้จริง ในวันที่ชีวิตท้อใจไม่รู้เรื่องจะเริ่มก้าวแรกให้มีหวังยังไง ก็ลองไปดูหนังที่เราเสนอแนะมานี้ อย่างน้อยก็เป็นอันมากใจที่ดีได้นะ

11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อพ้นความทุกข์ใจที่ช่วง

ดูหนังออนไลน์ฟรี ใครกำลังหา ดูหนังออนไลน์ ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในช่วงกักบริเวณจากไวรัสวัววิดอย่างงี้ ต้องตามมาทางนี้ เพราะพวกเราจะมาเชื้อเชิญทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดค้นพบความหมายของชีวิต หลายๆคนบางทีก็อาจจะเคยได้ฟังคำบอกเล่าสำนักงานดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของเราสะอาดขึ้น ดังนั้น หลายๆครั้งการเรียนถึงหนทางของการจัดการกับปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนบางอย่างที่อยู่ในหนังมาประยุกต์ใช้กับตัวเองได้ และในท้ายที่สุด ถึงแม้เวลาแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องบางครั้งอาจจะช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้ก็ตาม แม้กระนั้นขั้นต่ำพวกเราก็เชื่อว่าช่วงของหนังที่มีมุมมองด้านบวกสักเรื่องนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนถึงตอนสุดท้าย ดูหนังใหม่ จิตใจของเรากำลังถูกปลอบโยนทีละเล็กทีละน้อยไปในตัว อย่างแน่นอน

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาตินั้นอาจไม่มีใครหนักหน่วงเท่าอีกแล้ว โน่นเป็นการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว รวมทั้งข้อคิดสำคัญของหนังประเด็นนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทุกอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกสิ่งทุกอย่างจะผิดพลาดกระทั่งคุณพูดว่า นี่แหละ นี่เป็นตอนจบของฉัน ขึ้นกับว่าคุณจะยอมหรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณเพียงแค่เริ่ม คิดคำนวณ ขจัดปัญหาแรกให้ได้ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยขจัดปัญหาต่อไป รวมทั้งต่อไป เมื่อคุณแก้ไขปัญหาได้มากพอ ในที่สุดคุณจะได้กลับไปอยู่บ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความเปลี่ยวใจในใจของ ฮิโรโกะ วาตาทุ่งนาเบะ และก็ความเจ็บนั้นก็ถูกแก้ไขโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่คุณลองเขียนถึงสามีของตนที่พึ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ หญิงที่ชื่อแล้วก็สกุลอย่างกับชายคู่รักของเธอโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งสองที่หน้าตาเช่นเดียวกันเหมือนกับฝาแฝดได้มาพบกัน ความลับในสมัยก่อนที่หลบซ่อนอยู่ในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ฝ่ายชายเคยเรียนก็ค่อยๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้เจอกับการก้าวข้ามความเจ็บปวดของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็พบกับความอบอุ่นในชีวิตเสมือนแดดจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้
ภาพยนตร์ชี้แจงชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้จำต้องฝ่าฟันขวากหนามมากมายก่ายกองที่ต่างมารุมเร้าเขาจนกระทั่งกับจำต้องไปดำเนินชีวิตอยู่ในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นราวกับความสุขเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่สิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะสลดขนาดไหนก็ตาม แต่ว่าถ้าเกิดพวกเรามองหาความสุขที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นราวกับแสงพระจันทร์กลมโตที่ทำให้คุณอบอุ่นในยามค่ำคืนอันมืดมากอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบเธอ…ให้ไม่ลืมเลือน
ถ้าพวกเราลืมความเจ็บปวดได้ คงจะดีไม่น้อย แต่ในชีวิตจริงไม่มีใครลืมได้จริง กระทั่ง โจเอล บาริช ชายที่ลบความทรงจำที่มีด้วยกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ทว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าความทรงจำนั้น ทำให้เขาได้ทำความเข้าใจถึงความหมายของชีวิตของการการมีคู่ครอง และก็ความเจ็บปวดไม่ใช่จุดจบของความเกี่ยวพัน แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองแก้ไขกันและกัน และก็เติบโตในความสัมพันธ์ต่อไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม หนุ่มผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นมะเร็งก็เลยไม่มีซึ่งแรงจูงใจอะไรก็แล้วแต่สำหรับการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนเกลอคู่กาย เริ่มชักชวนเขาไปทำอะไรบันเทิงใจๆบ้าระห่ำสารพัดสารพัน ก่อนที่นั่นจะกลายเป็นข้อคิดเตือนใจสำคัญว่า ในที่สุดแล้วมนุษย์เราเกิดมาคราวหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเสียใจไปเพราะเหตุใด การออกไปใช้ชีวิตให้สนุกสุดฤทธิ์ตามใจฉัน อาจซึ่งก็คือคำว่าชีวิตได้ดียิ่งไปกว่าการนั่งถอนหายใจคอยความตายอย่างแน่แท้

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้
เพราะบางโอกาสคุณอาจจะร้อนใจอยู่ แค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น ภาพยนตร์ประเด็นนี้จึงเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้เป็นอย่างดี และนี่คือเรื่องราวของ วอลเตอร์ มิตตี้ หนุ่มพนักงานออฟฟิศผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะมีโอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว เหงาหงอย รวมทั้งเงียบกริบ จนกว่าเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เขาเคยมีความรู้สึกว่าพอใจ กลายเป็นความทุกข์ทรมานที่เขาก้มยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักคุณหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองหนุ่มสาว โนอาห์และก็อัลลี ที่ได้ตกหลุมรักกันอย่างหมดหัวใจ แต่กลับจำเป็นต้องถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นอุปสรรคที่มีความสำคัญต่อความรัก จนกระทั่งทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องแยกจากกัน ก่อนที่ถัดมาทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกที ภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้บอกให้พวกเรารู้เรื่องว่า ท้ายที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็นทางออกที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับความทุกข์ทรมานที่คลุมเครือ ซึ่งคนไม่ใช่น้อยมักเรียกว่า ‘ความหวัง’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยป่วนหัวใจปึ้ก
นี่คงจะเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ทรมานสะดุดใจและสะดุดตาเราเยอะที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กหนุ่มขวยเขินที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้เจอกับแซมและก็แพทริก เพื่อนฝูงกลุ่มแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้มีอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่เบิกบานใจอีกครั้ง หนุ่มน้อยทั้งหลายทำให้เราทราบว่า ไม่ว่าใครจะพบกับปัญหาที่ปวดแบบไหน ถ้าหากมีใครซักคนคอยรับฟังและอยู่ดูแลใจเวลาที่ท้อใจ เป็นโอกาสหลักที่ไม่ต้องนั่งแก้ปัญหาตามลำพังให้ทรมานจนถึงเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เนื่องจากว่ารัก คือเพลงรัก
หนังประเด็นนี้แสดงถึงภาพของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่กำลังเจอกับทางเท้าในชีวิตที่ส่องสว่างราวกับแสงสว่างของดวงสาว เพียงแต่ดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างเบาๆริบรี่ลงเพราะเหตุว่าเรื่องของความเกี่ยวข้อง และผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่แตกต่างกับดาวฤกษ์ที่แสงสว่างในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันจึงกลายเป็นแรงที่อุดหนุนกันและช่วยให้แสงสว่างแห่งชีวิตของแต่ละฝ่ายกลับมาฉายแสงได้อีกที ถึงแม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆถูกใจอย่าง Lost Stars แต่เพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความสัมพันธ์ได้ก็คือ A ดูหนังออนไลน์ Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) มหัศจรรย์อารมณ์ชุลมุน
ทำความเข้าใจ เห็นด้วย เติบโต พวกเรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันประเด็นนี้ แม้ว่าพื้นฐานจะดูเหมาะกับเด็กๆในเรื่องของการรู้เท่าทันและจัดแจงกับอารมณ์ตนเอง แม้กระนั้นสำหรับผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แม้กระนั้นสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์เศร้าหมอง หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดวุ่นวายได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้มิได้สอน แต่ว่าดึงและก็คาดคั้นประสบการณ์ร่วม ก่อนจะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติภารกิจคัดเลือกกรองและแปลความหมายอีกที

11. Anomalisa (2016) ‘คนอื่น’ ที่แตกต่างกันเช่นกัน
มนุษย์เป็นยังไง ความเจ็บปวดเป็นยังไง การมีชีวิตเป็นยังไง และก็เวลาพวกเรามีจำกัด โน่นคือสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากตัวอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันประเด็นนี้ที่ชักชวนให้เราติดตามตัวเอกอย่าง ไมเคิล สโตน ที่พบกับวิกฤตกลางคนไปจนกระทั่งจบ ผู้ชายที่บากบั่นดิ้นรนเสาะหาความสุขภายใต้หน้ากาก เราตามติดว่าท้ายสุดแล้วเขาจะพบกับความสุขที่เรียกว่าอะไร ความรัก การงาน หรือครอบครัว พวกเราไม่บอก แต่ว่าเพียงแค่ทราบว่าการไม่หลอกตัวเองและเห็นด้วยให้ได้อาจเป็นยารักษาจิตใจที่ยอดเยี่ยมแล้ว

บรรเทาความอยากเที่ยวด้วยการดูหนัง 9 เรื่อง เที่ยว 9 เมืองในเว็บดูหนังออนไลน์

ไปเที่ยวกันเถอะ! ดูหนังออนไลน์ เปิดเว็บดูหนังออนไลน์ แล้วไปเที่ยวกัน นั่นแน่ หลายคนคงเริ่มงง เว็บดูหนังออนไลน์เกี่ยวอะไรกับการไปเที่ยว? ไม่ต้องงงไป เพราะเราจะชวนทุกคน ไปเที่ยวผ่านการหาดูหนังออนไลน์อยู่บ้านกันจ้า มาดูหนัง 9 เรื่อง ใน 9 เมือง ที่แค่ได้ดูก็อิ่มหัวใจแล้วนะ ช่วงนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลกักตัวอยู่บ้านกันแน่ ไปไหนก็ไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายโควิด 19 หลายคนคงบ่นเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า เบื่อ!! อยากไปเที่ยวเหลือเกิน แต่ไปได้ไกลสุดแค่หน้าบ้านเอง โถ่วชีวิต ในเมื่อเป็นแบบนี้สิ่งที่เราพอทำบรรเทาความอยากเที่ยวได้ คือไปเที่ยวผ่านโลกออนไลน์นี่แหล่ะ ท่านผู้ชม ไปดูกันดีกว่าจะมีเรื่องไหนพาเราไปเมืองไหนกันบ้าง

1. Before We Go (2015) ก่อนที่เราจะจากกันไป..
พาไปเที่ยว New York City, USA
จะขาดนิวยอร์คไม่ได้เลย และถ้าคุณเป็นผู้หญิงวัย 20 กว่าๆ 30 ต้นๆ แล้วอยากอยากจะอินกับเมืองนี้แบบสุดๆ Gossip Girl และ Sex and the city เป็นสิ่งที่คลาสสิคและ Timeless มากที่สุดนะ แต่วันนี้เราขอเสนอ Before We Go หนังแนวพบรักกับคนแปลกหน้า นี่ก็เป็นเรื่องนึง ที่คุณจะได้อิ่มใจไปกับฉากนิวยอร์คตอนกลางคืน ไม่ว่าจะเป็น Grand Central Terminal, บนรถไฟใต้ดิน หรือย่าน Lower East Side

2. Under the Tuscan Sun (2003) ทัซคานี่…อาบรักแดนสวรรค์
พาไปเที่ยว Montepulciano – Positano – Florence
ถ้าคุณเป็นคนนึงที่เกิดมาถึงอายุเท่านี้แล้วไม่เคยมีแฟนสักคนหรือโดนแฟนทิ้งและมีโมเม้นต์แบบ ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว อยากจะออกไปตามหารักแท้ ต้องดูเรื่องนี้ นี่คือหนังของโปรดของหลายๆคนเลยนะ เรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงแต่ใส่สีตีไข่ในระดับกลมกล่อมจนต้องอยากไปเที่ยวตามหารักแท้ในทัซคานี่แบบนางเอกเลย ว่าแล้วจะฟินอินแค่ไหนก็ตามไปดูเลยจ่ะ

3. Before Sunset (2004) ตะวันไม่สิ้นแสง แรงรักไม่จาง
พาไปเที่ยว Paris, France
หนังเรื่องนี้ เป็นหนึ่งใน Before Series ที่ดีที่สุดเลยล่ะ จุดเด่นของหนังเรื่องเป็นหนังที่คนวัย Late 20s – Early 30 มีอารมณ์ร่วมได้มากสุด คนที่เคยตกหลุมรักบังเอิญมาเจอกันอีกรอบเลยเดินคุยกันไปเรื่อยๆในปารีส กับโลเคชั่นสุดคลาสสิคอย่างร้านหนังสือ Shakespeare and Company,ร้านกาแฟ Le Pure Café,สวน La Promenade Plantée หรือ ริมแม่น้ำ Seine มีแต่สถานที่สวยๆทั้งนั้น ไปเที่ยวผ่านหนังเรื่องนี้กันได้เลย

4. Vicky Cristina Barcelona (2008) วุ่นวายรักที่บาร์เซโลน่า
พาไปเที่ยว Barcelona, Spain
เรื่องราวของเพื่อนสาวสองคนไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแล้วดันไปชอบผู้ชายคนเดียวกัน เรื่องนี้เป็น 1 ใน 2 ของเรื่องที่มีผู้กำกับคือ Woody Allen ที่หลายๆคนเป็นเป็น FC ลุงวูดดี้จะรู้ว่าภาพและเสียงสวย และคลาสสิคเว่อร์ ในเรื่องก็ไปเที่ยว Barcelona ตามชื่ออ่ะนะ มีโลเคชั่นแลนด์มาร์คอย่าง La Sagrada Familia, Casa Milà และ Park Güell ไปตามรอยกัน

5. 500 Days of Summer (2009) ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเธอ
พาไปเที่ยว Los Angeles, USA
ทุกคนคะ เรายังอยู่อเมริกากับ 500 Days of Summer สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูต้องไปดู ส่วนคนที่ดูแล้วก็ไปดูอีกนะ มีหลายที่ใน LA ที่ไม่ค่อยมีหนังเรื่องอื่นถ่ายทำกันเท่าไหร่อย่าง Silver Lake หรือ Downtown LA ในเรื่องไม่ได้มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเที่ยว จนดูแล้วจะต้องอยากแพคกระเป๋าไป LA ทันทีทันใด แต่ดูหนังเรื่องนี้คุณจะได้เสพมุมต่างๆของเมืองผ่านเนื้อเรื่องแทนนะ อ้ะไปดู

6. Midnight in Paris (2011) คืนบ่มรักที่ปารีส
พาไปเที่ยว Paris, France
กลับมาที่ปารีสและหนังของ Woody Allen เป็นการ Combination ของ 2 สิ่งนี้มันทำให้ทุกอย่างคลาสสิคมาก เอาเป็นว่าแค่ฉากเปิดมาก็อยากไปปารีสจะแย่แล้ว มีจุดที่ไปตามรอยได้หลายแห่ง เช่น Musée Rodin ,Musée de l’Orangerie – Jardin des Tuileries ,Café du Trocadéro ,Flea Market, Saint-Ouen, Seine-Saint-Denis

7. The Secret Life of Walter Mitty (2012) ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้
พาไปเที่ยว Iceland – Greenland
ใช่ค่ะ จะเป็นการแนะนำลิสท์หนังที่ทำให้อยากเที่ยวไม่ได้ถ้าไม่มี Walter Mitty หลายคนอาจจะเคยดูแล้ว แต่ที่แปลกว่าคือถ้าลองหยิบมาดูอีกครั้ง จะมีมุมมองต่อหนังที่ต่างออกไป และจะได้เห็น โลเคชั่นเด็ดๆในเรื่องนี้ แน่นอน

8. About Time (2013) ย้อนเวลาให้เธอ(ปิ๊ง)รัก
พาไปเที่ยว London – Cornwall, England
เรื่องนี้ถ่ายกันที่ 2 เมืองหลักๆในอังกฤษคือ Cornwall และ London
เราอยากแนะนำให้ดูเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง คือดูแล้วจะได้ความอิ่มอกอิ่มใจกับเนื้อหาและสถานที่ถ่ายทำสวยๆ เอาเป็นว่าเป็นหนังที่ดีงามจนต้องตามไปดู

9. Wild (2014) ไวลด์ เดินก้าวไปตราบหัวใจไม่ล้ม
พาไปเที่ยว Pacific Crest Trail, USA
เป็นหนังที่เนื้อหาดีอีกเรื่องสำหรับ Wild แต่สิ่งที่อิ่มเอมใจมาก คือวิวตลอดทางที่ตัวเอกของเรื่องเดิน เป็นโลเคชั่นเด็ดที่สุดที่ว่าเห็นแล้วต้องอยากไป ขึ้นเขา ลงห้วย เดินป่า ลุยหิมะ ที่ pacific crest trail ตามหนังเรื่องนี้เลยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังอย่างไรให้ราวกับได้ท่องเที่ยว กับ10 สถานที่เที่ยว จากหนังตามที่คุณไม่สมควรพลาด

มา ดูหนังออนไลน์ พร้อมๆกับการท่องเที่ยวกันเถิด ในเหตุการณ์การระบาดของวัววิด 19 อย่างงี้ ทำให้พวกเราออกไปไหนมิได้ จะต้องกักบริเวณอยู่ที่บ้านผ่านมายาวนานหลายวันยาวนานหลายสัปดาห์แล้ว! ทำให้หลายท่านห่อเหี่ยวใจและก็คร่ำครวญหาการออกเดินทางท่องเที่ยวกันไม่น้อยเลย ใช่มั้ย ต้องการจะท่องเที่ยว ต้องการจะพัก ต้องการจะบรรเทา แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะออกไปทำเป็นอย่างใจหวัง วันนี้พวกเราขอเชิญทุกคนมา เดินทางท่องเที่ยวผ่านการดูหนังออนไลน์ ท่องโลกไปกับ 10 สถานที่เที่ยว ที่ปรากฎใน 10 หนังดีที่คุณไม่สมควรพลาด การันตีว่าประสบการณ์การท่องเที่ยวคราวนี้ จะไม่มีใครเหมือน และไม่มีคนใดกันเสมือน ถ้าเกิดพร้อมแล้ว ก็ไปฝ่ากันเลย

1. Salmon Fishing in the Yemen (คู่แท้หัวใจติดเบ็ด)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Ouarzazate – Morocco
ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะเกิดเรื่องราวของประเทศเยเมน แม้กระนั้นทางกองถ่ายทำหนังได้ใช้เมือง Ouarzazate ประเทศโมรอคอยควัว เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากจำนวนมาก ซึ่งเป็นเมืองทะเลทราย ที่มีความงดงาม รวมทั้งสาธารณูปโภคที่ดีเมืองหนึ่ง สำหรับคนใดกันที่ต้องการไปเยี่ยมเมืองที่ทราย แม้กระนั้นรู้สึกเบื่อประเทศอย่างอียิปต์ ดูไบ หรือดูโกเลีย เมือง Ouarzazate เป็นอีกเมืองลู่ทางที่น่าดึงดูด

2. Seven Years in Tibet (7 ปี โลกไม่มีทางลืม)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Potala Palace – Tibet
เรื่องราวของหนุ่มน้อย 2 คน ที่ได้หลบซ่อนการจับแบบเป็นๆตัวประกันของทุ่งนาซี ไปอาศัยอยู่ในประเทศทิเบต แล้วก็ดำรงชีวิตอยู่ในวังโปตาลาตรงเวลา 7 ปี ซึ่งข้อดีของพระราชสำนักนี้หมายถึงการผลิตแบบวังซ้อนวัง วังวงนอกจะมีการลงสีขาว ส่วนวังชั้นในจะลงสีแดง โดยในตอนนี้ พระราชสำนักโปตาลาเป็นพิพิธภัณฑสถานรวมทั้งสถานที่สักการะบูชา ข้างในวังขาวมีที่ทำการแล้วก็สถานที่เรียนศาสนา ส่วนวังแดงเป็นส่วนที่ใช้ประกอบพิธี ต้องการไปท่องเที่ยวมองสถาปัตยกรรมงามๆจะต้องดูหนังหัวข้อนี้เลย

3. Sideways (ไซด์เวยส์ ดื่มชีวิต ข้างถนน)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Santa Barbara – USA
พูดได้ว่าเป็นหนังที่กระแสจากนักวิพากษ์วิจารณ์เข้าขั้นดีเยี่ยมแล้วก็ครอบครองรางวัลได้มากมาย ความดังของหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของชายวัย 40 ปี 2 คน ที่เริ่มเดินทางไปยังเมืองที่เหล้าองุ่น Santa Barbara ยังเป็นเหตุให้เมืองที่นี้เปลี่ยนเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่มีชื่อเสียงอีกด้วย ใครกันแน่ต้องการไปสะกดรอยหนังหรือพักในเมืองที่เหล้าองุ่น ที่เต็มไปด้วยรรมชาติสมบูรณ์บริบูรณ์ก็รีบตรงไปยัง Santa Barbara เมืองแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เลย

4. Into the Wild (เข้าป่าหาชีวิต)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Alaska – USA
ชายหนุ่มเพิ่งจะจบปริญญาตรี คนตัดสินใจเริ่มเดินทางผู้เดียวไปยังป่าในอลาสก้า เป้าหมายที่เขามีความคิดว่าจะสามารถหาทางออกของชีวิตได้ รวมทั้งแน่ๆว่าหนังดราม่าเข้มข้นนี้ทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่ได้มองต้องการไปอลาสก้า ที่ตั้งอยู่ภาคเหนือของอเมริกา สำหรับท่านที่ได้ได้โอกาสไปยังอลาสก้า ถ้าเกิดจะท่องเที่ยวให้ครบเมืองอาจจะต้องหาเวลาไปนานสักนิด ด้วยเหตุว่าอลาสก้านั้นมีพื้นที่เยอะที่สุดในเมืองทั้งสิ้นของ ขอบอกได้เลยว่าหนังเรื่อง Into the Wild เป็นหนังที่จะพาคุณไปผจญโลกกว้างได้อย่างไม่ต้องสงสัย

5. In Bruges (คู่มือสังหารตะลุยมหานคร)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Bruges – Belgium
หนังฟอร์มเล็กที่ทำรายได้อย่างมากมาย และก็สามารถเอารางวัลลูกโลกทองมาได้ จะพาผู้ชมเจอกับการไล่ล่าสังหาร ที่มีเบื้องหลังเป็นเมืองบรูช ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยหน่วยงานยูเยสโก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง The Markt หรือมาร์เก็ตสแควร์ที่ยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมอดีตสมัยได้อย่างยอดเยี่ยมและก็เป็นแหล่งจ่ายตลาดประจำถิ่นหรือของที่ระลึกที่น่าดึงดูด

6. The Secret Life of Walter Mitty (ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Vatnajökull National Park – Iceland
พูดได้ว่าเนียนสุดๆสำหรับฉากที่ดารานำชายตามหาคนถ่ายรูปที่แนวเขาหิมาลายา เนื่องจากว่าเรื่องจริงแล้วคณะทำงานหัวข้อนี้มิได้ไปถ่ายทำตรงนั้น แม้กระนั้นถ่ายทำกันที่ Vatnajökull National Park ประเทศไอซ์แลนด์ แล้วก็ใช้ CG (Computer Generated การใช้คอมพิวเตอร์สร้างและก็เลียนแบบภาพต่างๆขึ้นมา) เพื่อช่วยทำให้เนียนตารวมทั้งสวยสดงดงามขึ้น แต่ว่าแบบนั้น Vatnajökull National Park ก็ยังเป็นสถานที่ที่น่าไปเยี่ยม และก็ยังเป็นสถานที่ผู้ติดอกติดใจการท้ากีฬาเอ็กซ์ตรีมรู้สึกชื่นชอบอีกด้วย เป็นภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่งที่สร้างสามารถสร้างแรงผลักดันรวมทั้งสนับสนุนให้ท่านรู้สึกคร่ำครวญหาการท่องเที่ยวอย่างแน่แท้

7. Little Miss Sunshine (ลิตเติ้ล มิสซันไชน์ สาวงามตัวน้อย ร้อยสายสัมพันธ์รัก)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Redondo Beach – USA
ถ้าหากคุณได้มองเรื่อง Little Miss Sunshine แล้วต้องการทดลองท่องเที่ยวที่ชายหาด Redondo เพื่อสะกดรอยของสาวน้อยสุดน่ารักน่าเอ็นดู จะต้องบอกก่อนว่าคุณอาจผิดหวัง เพราะว่าถึงแม้ในเรื่องจะกล่าวว่าการแข่งขันนั้นจัดที่หาดทราย Redondo แต่ว่าเรื่องจริงแล้วจัดที่รีสอร์ทคราวน์พลาซ่า ริมทะเล Ventura ของเมืองแคลิฟอร์เนียต่างหาก น่าเชื่อเลยว่าคุณจะรู้สึกอบอวลทุกอารมณ์กับภาพยนตร์ที่จะปลุกฝันสร้างกำลังใจในชีวิตการไปท่องเที่ยวชอบทำให้ท่านได้มองเห็นมุมมองในชีวิตรวมทั้งข้อคิดเตือนใจกลับมาเสมอ ภาพยนตร์เรื่อง Little Miss Sunshine หัวข้อนี้ต้องการขอเสนอแนะว่ามองกี่ครั้งก็ได้สิ่งดีๆกลับมาเสมออย่างไม่ต้องสงสัย

8. Mr. Bean’s Holiday (มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Cannes Beach – France
คนจำนวนไม่น้อยอาจจะรู้จักเมืองคานส์เพียงแค่เป็นสถานที่จัดงานของ ‘เทศกาลหนังเมืองคานส์’ (เทศกาลที่สะสมภาพยนตร์และก็สารคดีจากทุกมุมโลกมาประกาศผลรางวัล) โดยได้รับการยินยอมรับจากนักดูหนัง ว่าเป็นเทศกาลหนังที่ดีอันดันต้นๆของโลก แม้กระนั้นอาจไม่ทราบว่าเมืองคานส์นั้นมีริมหาดที่สวยมีนักท่องเที่ยวจากหลายเมืองของประเทศฝรั่งเศสมาเยี่ยม เว้นแต่ความงามแล้ว เมืองคานส์นั้นยังสามารถเดินทางจากเมืองนีชได้สบายด้วยรถไฟอีกด้วย การพักผ่อนหย่อนใจจากการไปท่องเที่ยวก็อาจเป็นความสุขในแบบอย่างหนึ่ง แล้วก็ภาพยนตร์เรื่อง Mr. Bean’s Holiday ที่พวกเราพรีเซ็นท์นี้ก็กล่าวได้ว่าจะก่อให้คุณบรรเทาจากความตึงเครียดได้อย่างยอดเยี่ยมแน่ๆทั้งยังความสำราญ ความขบขัน ตลอดการพักร้อน พูดได้ว่าครบทุกอารมณ์ที่คุณอยากได้

9. The Holiday (เดอะ ฮอลิเดย์ เซอร์ไพรส์รักวันพักร้อน)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: California – USA
หนังโรแมนติกคอมเมดี้แสนสวย ลำดับที่สองสาวคนผิดหวังจากความรักตกลงใจแลกเปลี่ยนบ้านกันอยู่เพื่อหลีกลี้จากความหม่นหมองรวมทั้งน่าระอาจากสถานที่เดิมๆและก็ที่ตั้งของบ้านของอแมนด้าซึ่งแสนสงบเงียบ และก็อยู่ห่างจากเมืองแคลิฟอร์เนียเพียงแค่ไม่กี่นาที ทำให้พวกเราต้องการชี้แนะสถานที่นี้ให้ผู้ที่ได้ได้โอกาสไปแคลิฟอร์เนีย แต่ว่าอาจมีบางวันที่ปรารถนาหนีจากความยุ่งเหยิงได้ทดลองไปเยี่ยมสักหนึ่งครั้ง ให้การเดินทางคราวนี้เป็นการพักราวกับจิตใจที่ปรารถนา สามารถเก็บบรรยากาศกับสถานที่เที่ยวงามๆจากหนังเรื่อง The Holiday ที่แสนจะโรแมนติกกัน

10. The Tourist (ทริปลวงโลก)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Danieli Hotel – Italy
เป็นหนังแอ็กชั่นที่แสนโรแมนติกจริงๆด้วยเหตุว่าเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นที่เมืองเวนิช ประเทศอิตาลี อีกเมืองหนึ่งที่หลายๆคนชูให้เป็นเมืองโรแมนติกอันดับแรกๆของโลก โดยเฉพาะฉากที่ดารานำชายและก็นางเอกทานดินเนอร์กันสองคน ซึ่งถ่ายทำที่โฮเต็ล Danieli สุดหรู ช่วยทำให้ฉากดินเนอร์นั้นมองโรแมนติกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม สำหรับผู้ใดกันที่สบโอกาสไปเมืองเวนิชแล้วต้องการดินเนอร์ในบรรยากาศหรูๆห้องอาหารของรีสอร์ท Danieli เป็นลำดับแรกที่ควรจะไป เพียงแค่มองเห็นก็หัวใจเต้นจนกระทั่งต้องการจะไปให้ได้ในวินาทีนี้

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

หนีวัววิดมาดูหนังผ่านเน็ต กับ 6 หนังแนวคิดแผนชิงทรัพย์

หนีวัววิด มา ดูหนังออนไลน์ กัน ในตอนกักบริเวณอยู่บ้านแบบมันๆกับ 6 หนังแนวคิดแผนชิงทรัพย์ สุดสนุกที่คนชอบดูหนังแนวชิงทรัพย์จำต้องไม่พลาด หนังแนวจี้ปล้นนั้นมีมากมายแนวให้เลือกดู แม้กระนั้นจะมีอยู่แนวหนึ่งที่อย่างกับรวมแนวหนังทุกแนวเอาไว้ร่วมกัน มันก็คือ หนังแนวชิงทรัพย์ นั่นเองเนื่องจากว่ามีอีกทั้งแอคชั่นทริลเลอร์ตื่นเต้นตื่นเต้น บางเรื่องอาจมีความตลกขบขันหรือดราม่าแทรกสอดเข้ามาด้วย เรียกว่าสนุกเข้มข้นและก็ครบรสเยอะที่สุดในบรรดาหนังทุกแนวอย่างยิ่งจริงๆ

1. ผู้กระทำผิดกฎหมายชิงทรัพย์โลก ( Now you see me )
หนังแนวชิงทรัพย์ ที่มีส่วนผสมชั้นเลิศของการแสดงกลขั้นยอดเยี่ยม เมื่อกลุ่มโจรในรอยเปื้อนนักเล่นกลโด่งดังได้ลงมือชิงทรัพย์แบงค์ โดยใช้การเล่นกลบังหน้า ทำให้เหล่าเอฟบีไอจำเป็นต้องเข้ามาจัดแจงเรื่อง นี้แต่ว่าเรื่องมันไม่ใช้ว่าจะง่ายเลยเพราะเหตุว่านักเล่นกลได้ประกาศว่าผู้ชมจะได้เงินส่วนแบ่งด้วย

2. เปิดตำนานชิงทรัพย์บันลือโลก (The Bank Job)
ภาพยนตร์ประเด็นนี้มีเค้าเรื่องจริง มาจากเหตุชิงทรัพย์แบงค์ครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างเหี้ยมหาญศูนย์กลางกรุงลอนดอน เรื่องราวเล่าถึงการปล้นสุดฉาวโฉ่ที่พวกเหล่าโจรมิได้เพียงแค่เงินออกไปแค่นั้น แม้กระนั้นยังได้เปิดเผยความลับดำมิดหมีเยอะมากที่ถูกเก็บไว้ภายในตู้เซฟของแบงค์ ทำให้ผู้ชมรู้สึกลุ้นไปกับชะตาชีวิตของบรรดาขโมยแต่ละคน เมื่อดูแล้วผู้ชมผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจได้ผลสรุปที่ว่าแม้การชิงทรัพย์จะไม่ใช่เรื่องที่ถูก แต่ว่าบนโลกนี้มีเรื่องมีราวที่ไม่ดีอีกเยอะแยะหลายเรื่องหยาบช้ามากกว่าการปล้นเสียอีก สิ่งที่น่าดึงดูดของ หนังชิงทรัพย์ หัวข้อนี้เป็นมีตัวละครหลายกรุ๊ปหลายอาชีพที่มาเกี่ยวพัน แต่ละอาชีพล้วนได้รับความนับหน้าถือตา ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นในเรื่องราวจริงได้พบกับความลับพื้นที่วงศ์สกุลอังกฤษได้ปกปิดไว้ด้วย แม้กระนั้นในหนังจะมีหรือไม่นั้นจะต้องไปติดตามกันมองนะคะ

3. คนภาคเหนือก้อนเมฆชิงทรัพย์ลอกคราบเมือง (Ocean’s Eleven)
หนังชิงทรัพย์ เรื่งนี้เล่าถึงดินแดนนี่โอเชี่ยนหมากและก็พวกอีก10คน ที่คิดแผนชิงทรัพย์คาสิโนมีชื่อ3ที่ในลาสเวกัส ท่ามกลางการคุ้มกันที่หนาแน่นพวกเขาลักลอบเข้าไปได้เช่นไร? ประเด็นนี้เป็นภาพยนตร์แนวคิดแผนชิงทรัพย์ชั้นยอด ที่ประสบผลสำเร็จกระทั่งจะต้องสร้างภาคต่ออย่างยิ่งจริงๆจ้ะ

4. ชิงทรัพย์ซ้อนชิงทรัพย์กลับถนนหนทางล่า (The Italian Job)
เกิดเรื่องราวการปล้นทองที่มีมูลค่ามากยิ่งกว่า4ล้านปอนด์ที่ประเทศอิตาลี โดยผู้ร้ายคนอังกฤษที่มีหัวหน้ากลุ่มยอดเยี่ยมขโมยที่เพิ่งจะพ้นโทษมาไม่นานนี้ กลุ่มชิงทรัพย์ของเขามีผู้มีอำนาจใหญ่รอช่วยเหลือ แม้กระนั้นจะชิงทรัพย์เสร็จได้เช่นไรในเมื่อมีกลุ่มมาเฟียเจ้าถื่นรอติดตามการเคลื่อนไหวอยู่เสมอเวลา

5. ชิงทรัพย์ไม่ให้จับได้ (The usual suspects)
มาต่อกันที่ยอดเยี่ยม หนังชิงทรัพย์ หักมุมในตำนานที่ได้รับเสียงชื่นชอบไปทั้งโลก ซึ่งหนังมีกลเม็ดเด็ดพรายที่ดียอดทำให้หลอกผู้คนได้อย่างอยู่มือ มีการเล่าที่หลักแหลมจริงๆและก็ทิ้งเงื่อนไว้ตลอดทั้งเรื่อง จวบจนกระทั่งขมวดปมไปสู่จุดในที่สุดทำให้หนังจบได้อย่างสมบูรณ์แบบเอามากๆหนังเล่าถึงเหตุระเบิดบนเรือผลิตภัณฑ์ที่ลูกเรือเสียชีวิตกันเกือบจะหมดเหลือรอดอยู่เพียงแค่2รายเพียงแค่นั้น รายแรกโดนไฟคลอกจนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงส่วนรายลำดับที่สองนั้นเป็นเพศชายขาเป๋ ทั้งคู่ได้ถูกไต่สวนโดยตำรวจซึ่งชายคนแรกบอกอะไรไมได้มากนักนอกเหนือจากเอ่ยชื่อชายลึกลับนามว่าไครเซอร์โคลงเคลงอร์เพียงแค่นั้น

6. ครั้งแกเราไม่ว่าหนเราแกอย่าโวยวาย (Snatch)
เกิดเรื่องราวการปล้นเพชรที่อลเวงแล้วก็ชุลมุนมากมาย ผู้ใดกันแน่ที่ถูกใจ หนังแนวชิงทรัพย์ ที่มีการชิงไหวชิงพริบกันจำนวนมากมีกลุ่มมาเฟียพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายต่างๆและก็เรื่องราวและก็คาดการณ์ได้ยากจะต้องมองประเด็นนี้

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

หนังแอคชั่นบู๊สุดมันส์ของฝั่งเกาหลีที่พระเอกงานดีไม่แพ้ในซีรีย์

พูดถึงการ ดูหนังออนไลน์ ที่มาแรงที่สุดคงหนีไม่พ้น หนังแนวแอคชั่น สู้กันมันส์ระห่ำ ที่มักจะติดเทรนด์การค้นหาอันดับต้นๆของหนังเลยทีเดียว และหนังประเภทนี้คนส่วนใหญ่คงนึกถึงทางฝั่งตะวันตกกัน ใช่มั้ยเอ่ย แต่เดี๋ยวก่อน! ฝั่งเอเชียบ้านเราก็ไม่น้อยน่าเหมือนกันนะในเรื่องความสนุกดุเดือด วันนี้เราจะมาเอาใจสาวกสายแอคชั่นที่ชื่นชอบความมันส์ ด้วยหนังแอคชั่นเกาหลีฝั่งเอเชียบ้านเราที่มาพร้อมกับความดุเดือด พาดฟันกันเอาเป็นเอาตาย และหล่อเหลาของพระเอกที่ไม่น้อยหน้าในซีรี่ย์เลยทีเดียว

1. The Age of Shadows (2016) คน ล่า คน
เปิดประเดิมด้วย The Age of Shadows (2016) ที่ได้กงยูอปป้า พระเอกสุดหล่อมาเล่นบู๊ให้สาวๆกระชุ่มกระชวยหัวใจ บริบทที่อิงเนื้อหาทางประวัติศาสตร์และการแทรกสอดแนวคิดปลุกระดมรักชาติที่ตรงจริตกับหนังออสการ์ ตลอดจนคุณภาพในงานโปรดักชั่น และที่สำคัญการลงรายละเอียดตัวบทในฐานะหนังสายลับที่ทำได้อย่างไร้ที่ติ ทั้งความซับซ้อนของเนื้อหาและการสร้างโมเมนต์หักเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบได้อย่างลุ้นระทึก ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่หนังจะถูกส่งไปเป็นตัวแทนเข้าชิงออสการ์หนังภาษาต่างประเทศ

2. Steel Rain (2017) คู่เดือดปฏิบัติการเพื่อชาติ
หนังการเมืองสุดเข้มข้นที่วางปมด้วยความขัดแย้งภายในชาติ เพื่อสะท้อนบทสรุปของการหลอมชาติที่ต่างฝ่ายพยายามหาจุดยืนร่วมกันเพื่อข้อตกลงด้านสันติภาพ ที่มาพร้อมโมเมนต์การเสียสละในการสร้างอารมณ์ร่วมของคนดูตามสไตล์หนังเกาหลี โดยหนังอยู่ในสภาวะคุกรุ่นทางการเมืองที่ ‘คิมดูวอน’ บุคคลเบื้องสูงฝั่งเกาหลีเหนือกำลังจะจุดชนวนก่อรัฐประหารที่อาจขยายสู่สงครามระหว่างประเทศ ซึ่งตัวเอกอย่าง ‘ออม’ ที่เป็นสายลับเกาหลีเหนือไม่อาจทำภารกิจลอบสังหารคิมดูวอนได้สำเร็จ ก่อนจะหลบหนีไปยังเขตแดนใต้พร้อมกับผู้นำสูงสุดที่กำลังบาดเจ็บสาหัส โดยส่วนสำคัญของหนังจะอยู่ที่การโคจรพบกันของ ‘ออม’ และ ‘กวัก’ ผู้ที่ทำงานขึ้นตรงกับรัฐบาลเกาหลีใต้ ที่ต่างฝ่ายได้รับรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองซึ่งกันและกัน จนกลายเป็นสหายต่างพรหมแดนที่นำพาชาติไปสู่บทสรุปแห่งสันติ

3. Assassination (2015) ยัยตัวร้าย สไนเปอร์
บล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ที่เปี่ยมด้วยนักแสดงคุณภาพและตัวบทที่อิงเค้าโครงประวัติศาสตร์ของต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อกลุ่มผู้เคลื่อนไหวฝั่งเกาหลีต้องการปลดแอกหลังตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของญี่ปุ่นมาหลายทศวรรษ โดยทำการจัดตั้งทีมลอบสังหารเพื่อวางแผนปลิดชีพเหล่าผู้นำญี่ปุ่น ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่โมเมนต์เชือดเฉือนคมของทั้งสองฝั่ง และการแฝงตัวของสายลับที่แอบขายข่าวให้ญี่ปุ่นจนกลายเป็นหนึ่งอุปสรรคสำคัญในการบรรลุภารกิจ อีกทั้งยังใช้ลูกเล่นการสวมรอยที่มือสังหารสาวได้มาพบกับแฝดของตนที่เคยพลัดพราก เพื่อต่อยอดไปยังพิธีแต่งงานที่รวมเหล่าทหารและบุคคลชั้นสูงของญี่ปุ่นซึ่งเปรียบได้กับไคลแม็กซ์ที่มาพร้อมแอคชั่นซีนกับการสาดกระสุน ยิงกันหูดับตับไหม้ที่มีความยาวกว่า 15 นาที

4. New World (2013) ปฏิวัติโค่นมาเฟีย
การมองหาไอเดียชั้นดีและปรุงแต่งให้เกิดความสดใหม่โดยใส่เอกลักษณ์ความเป็นตัวเองเข้าไป นั่นเป็นกลวิธีทำหนังเกาหลีที่ใช้แล้วประสบผลสำเร็จตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยหนังเรื่องนี้เสมือนเป็นส่วนผสมระหว่าง Infernal Affairs หนังสายลับหักเหลี่ยมที่พูดถึงการแทรกซึมสองขั้วปรปักษ์ทั้งฝั่งตำรวจและกลุ่มโจร กับ Election รูปลักษณ์หนังแก๊งสเตอร์ที่เล่นเนื้อหาการเปลี่ยนแปลงและการช่วงชิงขั้วอำนาจ อีกทั้งยังได้แอคชั่นซีนที่ดิบเถื่อนสไตล์หนังเกาหลีมาสร้างความต่างได้อย่างลงตัว โดยปมเรื่องพูดถึงการเสียชีวิตของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจครั้งใหม่ ซึ่งตัวเอกอย่าง ‘แจงซุง สายลับตำรวจที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มโจรเป็นระยะเวลานาน ก็ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญที่คาบเกี่ยวกับชีวิตตนเอง

5. The Spy Gone North (2018) สายลับข้ามแดน…คาบเส้นเสี่ยงตายทุกเสี้ยวนาที
ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดหย่อนสำหรับ Yoon Jong-Bin ที่หลายคนรู้จักในฐานะผู้กำกับจาก Nameless Gangster ที่ในครั้งนี้กลับมาในรูปโฉมหนังสายลับที่เต็มไปด้วยกลอุบายทางการเมือง ขับเคลื่อนด้วยบทสนทนา การเจรจาต่อรอง เกิดโมเมนต์พลิกผันทางความคิดอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าได้รสสัมผัสที่เยือกเย็น ตึงเครียด ไม่น่าไว้วางใจลักษณะเดียวกับ Tinker Tailor Soldier Spy หรือ The Age of Shadow โดยโครงเรื่องในต้นยุค 90 ที่ฝั่งเกาหลีใต้ได้รับข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองว่าฝั่งเหนือกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อเหตุผลบางประการ ทำให้ฝั่งใต้ต้องส่งสายลับ ‘พาร์ค ซัคยอง’ ต้องไปสืบเสาะหาข้อเท็จจริง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ชวนญาติผู้ใหญ่มานั่งดูหนังอยู่บ้านเพลินๆ ใน “วันสงกรานต์”

อยู่บ้านวันสงกรานต์แบบนี้เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ในวันครอบครัวชวนญาติผู้ใหญ่มานั่งดูหนังเพลินๆกัน “วันสงกรานต์” ของปีนี้คงจะเงียบเหงากว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา เพราะสถานการณ์โรคระบาด “โควิด-19” ยังคงไม่สงบและพบผู้ติดเชื้อในเมืองไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ในสถานการณ์แบบนี้จึงทำให้คนไทยอาจจะต้องงดการฉลองสงกรานต์และเล่นสาดน้ำ แต่เปลี่ยนมาเป็นการแสดงความรักความห่วงใยต่อญาติผู้ใหญ่ในแบบอื่นๆ แทน วันนี้เราจึงถือโอกาสชวนคนอยู่บ้านพาครอบครัวดูหนังออนไลน์แนวตลก ฮาน้ำตาเล็ด กับเจ็ดเรื่องเด็ดนี้

1. หลวงพี่แจ๊ส 5G
หลวงพี่แจ๊ส 5G เป็นหนังไทยที่ขยันสร้างมุกตลกเรื่องหนึ่ง ภาคนี้จะเป็นการต่อยอดความฮามาจากหนังภาคก่อนหน้า คือ หลวงพี่แจ๊ส 4G รับบทโดย แจ๊ส ชวนชื่น เรื่องฮาๆมาจากการที่หลวงพี่แจ๊สและลูกศิษย์ได้เข้ามากรุงเทพอีกครั้ง เมื่อหลวงพี่แจ๊สมาถึงวัดของหลวงพ่อไชยาก็ได้นำเณรมาฝากให้กับหลวงพ่อเป็นที่เรียบร้อย หลวงพ่อไชยาได้ขอให้หลวงพี่แจ๊สอยู่ที่วัดต่อด้วยเหตุผลที่หลวงพี่แจ๊สมีชื่อเสียงและพอที่จะทำประโยชน์ให้กับวัดได้ แต่ยิ่งอยู่นานขึ้นหลวงพี่แจ๊สก็ได้เห็นความไม่ชอบมาพากลของหลวงพ่อที่ใช้อำนาจหน้าที่ในการบริหารวัดในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ทำให้หลวงพี่แจ๊สอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ เรื่องราวความวุ่นวายและความฮาจึงเกิดขึ้น เรามาร่วมเอาใจช่วยหลวงพี่แจ๊สกันที่จะฟันฝ่าแก้ไขสถานการณ์นี้ไปได้ไหม

2. ฮักแพง
“ฮักแพง” หนังไทยแนวตลกอีกเรื่องที่แนะนำให้ติดตามชม เพราะเป็นหนังครอบครัว เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี เป็นหนังตลกเบาสมอง ผ่อนคลายจากอารมณ์เครียด มีความฮาคักหลาย ได้ชมวัฒนธรรรมไทยของภาคอีสาน แถมยังมีเพลงฮิต ฟังแล้วม่วนอยู่ หากใครได้ดูหนังเรื่องนี้ ฮักแพงนำเสนอเล่าเรื่องราวของหนุ่มคณะหมอลำ 3 คน ที่นอกจากจะมีความฝันแบบเดียวกันแล้ว นั่นก็คือการได้เป็นศิลปินพื้นบ้านที่ประสบความสำเร็จ แต่ดันไปชอบผู้หญิงคนเดียวกัน ทำให้ต้องเปิดศึกชิงนางสร้างตำนานหมอลำ เรื่องราววุ่นๆนี้จะจบลงด้วยดีหรือไม่ เป็นต้น การดูหนังไทยตลกเรื่องนี้ นอกจากจะเพิ่มเสียงหัวเราะแล้ว ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นบ้านทางภาคอีสานอีกด้วย สามารถติดตามดูหนังฮักแพงผ่านช่องทางหนังไทยออนไลน์ รับประกันความสนุกและความฮา

3. เดดพูล 2 (Deadpool 2)
เดดพูล ภาค 2 เป็นหนังออนไลน์สายตลกที่มาแรงที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ หากใครได้ชมภาคแรกไปแล้ว จะพบว่ามีทั้งความฮาและความเกรียนของฮีโร่สายกวน ชวนฮาอย่างเดดพูล ภารกิจในภาคนี้ คือ การปกป้องเด็กอ้วนจากเคเบิล คู่ปรับคนใหม่ของเดดพูลที่มาเพื่อฆ่าเด็กคนนี้โดยเฉพาะ เดดพูลจึงจำเป็นต้องมีการร่วมทีมกับมนุษย์กลายพันธุ์อย่างโดมิโน มิวแทนต์ ที่เกิดจากโครงการเพาะพันธุ์มิวแทนต์ที่คาดว่าจะนำไปใช้ทางการทหาร พลังของเธอคือ ความโชคดี ซึ่งเธอมีพลังพิเศษที่ควบคุมโชคชะตาให้เข้าข้างเธอได้ ภารกิจครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ ติดตามความสร้างความฮาในภาคนี้อย่างเต็มตัว ในรูปแบบของหนังออนไลน์ คอหนังสายฮา อย่าได้พลาดเป็นอันขาด เป็นการรับประกันความเกรียนและฮา รีบเข้าไปดูกันเลยนะ

4. อีเมล์ลับ ฉบับไซมอน (Love Simon)
อีเมล์ลับ ฉบับไซมอน เป็นหนังตลกฝรั่งที่ควรดู เพราะหนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายที่โด่งดังผลงานของ เบ็คกี้ อัลเบอร์ตัลลี และได้นำมาถ่ายทอดเรื่องราวลงบนแผ่นฟิล์ม เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มวัย 17 ปี อย่าง ไซมอน สเพียร์ มันค่อนข้างจะซับซ้อนอยู่สักหน่อย เขายังไม่ได้บอกครอบครัว หรือเพื่อนเลยว่าเขาเป็นเกย์ และเขายังไม่รู้เลยว่าเพื่อนชายที่เขาตกหลุมรักทางอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นใครที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขา ทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆที่จะการแก้ไขปัญหา เนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น และเต็มไปด้วยเสียงฮา ดูแล้วอาจจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ยิ่งดูเป็นหมู่คณะรับรองฮากระจาย

5. ร้อยสอง นอทเอาท์ (102 Not Out )
ร้อยสอง นอทเอาท์ เป็นหนังของประเทศอินเดีย และเป็นหนังออนไลน์ตลกที่มาแรงในปีนี้เช่นกัน เรื่องย่อมีอยู่ว่า อมิตาป ปัจจัน นักแสดงระดับตำนาน ได้มารับบทเป็นชายวัย 102 ปีที่ต้องการทำลายสถิติผู้ชายที่มีชีวิตที่มีอายุมากที่สุด แต่อุปสรรคของเขาคือ ลูกชายวัย 75 ปีของเขา รับบทโดย ซาชิ กาปูร์ เป็นคนที่เศร้าโศกและโมโหฉุนเฉียวง่าย เขาต้องหาวิธีการที่จะเปลี่ยนลูกชายของเขาให้หายจากการเป็นคนที่เศร้าโศกและขี้โมโหฉุนเฉียวให้ได้

6. เกมไนท์ คืนป่วนเกมส์อลเวง (Game Night)
เกมไนท์ คืนป่วนเกมส์อลเวง เป็นหนังฝรั่งตลกออนไลน์ที่คอหนังสายฮาไม่ควรดูคนเดียว แต่ควร ชวนก๊วนเพื่อนมาดูด้วยกันเพื่อเป็นการกระตุกต่อมความฮา เนื้อเรื่องย่อมีอยู่ว่า กลุ่มเพื่อนสนิทกลุ่มหนึ่งเล่นเกมไนท์ประจำสัปดาห์ เนื่องจากการเล่นเกมนี้ไม่มีกฎ ไม่มีแต้ม และไม่มีทางรู้ได้เลยว่าผู้เล่นทั้งหมดมีใครบ้าง พวกเขาก็ไม่รู้ตัวเองว่ากำลังเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล พวกเขาจะต้องพยายามหาทางแก้ไขเรื่องราวทั้งหมดให้สิ้นสุดลงโดยเร็ว เกมไนท์อาจจะเป็นเกมที่สนุกที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเล่น หรืออาจจะกลายเป็นเกมโอเวอร์ เราสามารถติดตามชม เกมไนท์ คืนป่วนเกมส์อลเวง ได้ในช่องหนังออนไลน์ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เกม แต่ฮาจะเกร็งเลยนะ ท่านผู้ชม

7. บล็อคซั่มวันพรอมป่วน (Blockers)
บล็อคซั่มวันพรอมป่วน เป็นหนังฝรั่งที่ตลกที่ฮาครบรส สนุกป่วนชวนอลเวง เป็นเรื่องของภารกิจสุดฮาของ 3 ผู้ปกครอง มิทช์, ฮันเตอร์ และ ลิซ่า รวมตัวกันเพื่อหยุดยั้งลูกสาวที่วางแผนจะชิงสุกก่อนห่าม คิดจะเสียสาวในคืนวันพรอม เป็นผลงานการกำกับของ เคย์ แคนนอน นำแสดงโดย จอห์น ซีน่า ที่พลิกชีวิตจากนักมวยปล้ำ มารับบทคุณพ่อจอมป่วน พร้อมด้วยนักแสดงชั้นนำอย่าง ไอค์ แบร์ริฮอลท์ซ และ เลสลี แมนน์ บล็อคซั่มวันพรอมป่วนไม่ได้เป็นหนังตลกที่ฮาอย่างเดียวและยังให้สาระดีๆ สำหรับทุกครอบครัวอีกด้วย ดูเรื่องนี้จะได้ความฮาและสาระมาเต็ม

นี่เป็นส่วนหนึ่งของ หนังออนไลน์ตลก ที่เลือกมานำเสนอเพื่อแนะนำให้ติดตามชมกัน ยังมีหนังออนไลน์อีกหลายเรื่องที่ควรเลือกมาดู ไม่ว่าจะเป็นหนังตลกไทย หนังตลกฝรั่ง หนังผีตลก หรือหนังตลกแนวการ์ตูน หวังว่าการผ่อนคลายความเครียดในการดูหนังตลกออนไลน์ จะช่วยเพิ่มความสุขในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ได้ดูหนังเรื่องโปรด และที่สำคัญควรจะใช้เวลานี้เพิ่มความผูกพันในครอบครัว เพราะ การดูหนังออนไลน์ตลกอยู่ในบ้านจะทำให้ทุกคนในครอบครัวมาดูหนังเรื่องโปรดด้วยกันได้อย่างพร้อมหน้า อีกทั้งยังช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้แก่สมาชิกในครอบครัวอย่าเอาแต่ก้มหน้าก้มตา แถมยังช่วยสร้างสัมพันธ์อันดีกับคนในบ้านด้วย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ทำไมต้องเป็น ป๊อปคอร์น…ขนมที่ถูกเลือกให้กินคู่ตอนดูหนัง

เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ขึ้นมาทีไร ก็นึกถึงขนมที่กินตอนดูหนังไปด้วยทุกที คุณเป็นคนนึงมั้ย ที่เวลาจะดูหนังต้องมีขนมมากินด้วย และขนมที่ชวนให้อยากกินตอนดูหนังไม่ว่าจะตอนไหน ก็คือเจ้า ขนมป๊อปคอร์น นั่นเอง เคยสงสัยกันไหม ว่าเราเริ่มกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังกันมาตั้งแต่เมื่อไร ใครเป็นต้นคิด แล้วทำไมต้องเป็นป๊อปคอร์น ทำไมไม่เป็นไส้กรอก ขนมปัง คุกกี้ หรือสายไหมบ้าง วันนี้ เราจะมาเฉลยให้ฟัง ว่าทำไมคนถึงนิยมกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังแทนที่จะเป็นขนมอย่างอื่น กินป๊อปคอร์นตอนดูหนังมีที่มาที่ไปจากอะไร ทำไมถึงแพร่หลายไปทั่วทุกทีขนาดนี้ ขนาดเราเองจะดูหนังทีไรก็ต้องอยากกินป๊อปคอร์นด้วยตลอดเลย

บ้านเกิดของ Popcorn Culture คือ สหรัฐอเมริกา
แต่เดิมนั้นป๊อปคอร์นเป็นขนมที่ได้รับความนิยมในอเมริกาเหนืออยู่แล้ว เพราะทำง่าย ราคาถูก ได้ปริมาณเยอะ จนกระทั่งปี 1848 ก็มีผู้คิดค้นตู้ทำป๊อปคอร์นแบบเคลื่อนที่ขึ้นมา และทำให้อาชีพคนขายป๊อปคอร์นแพร่หลายขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้น คนขายมักจะเข็นตู้ป๊อปคอร์นไปตั้งขายในที่คนพลุกพล่าน เช่น หน้าโรงละครเวที หน้าโรงละครสัตว์ ตามงานเทศกาล รวมไปถึงหน้าโรงหนังด้วย แม้ว่าสมัยนั้นโรงหนังจะยังไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไป ป๊อปคอร์นก็ยังขายดิบขายดีทุกครั้งหลังหนังฉายจบ เพราะคนที่เพิ่งดูหนังออกมาจากโรง ก็มักจะท้องหิว อีกทั้งกลิ่นหอมฟุ้งและเสียงปะทุของป๊อปคอร์นยังดึงความสนใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ป๊อปคอร์น กับ โรงหนังจากของต้องห้าม กลายเป็นตัวทำกำไร
พอถึงยุคถัดมา ที่โรงหนังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างโรงละครเวทีหรือละครสัตว์แบบไม่เห็นฝุ่น ประจวบเหมาะกับเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ (The Great Depression) ขึ้นในอเมริกาพอดี ยิ่งทำให้ขนมราคาถูกอย่างป๊อปคอร์นขายดีสุด ๆ จนโรงหนังต้องยอมอนุญาตให้คนเอาป๊อปคอร์นเข้าไปกินในโรงได้ นับจากนั้นมา ป๊อปคอร์นก็ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูหนังอย่างเต็มตัว ไม่นานนัก เจ้าของธุรกิจโรงหนังก็เล็งเห็นโอกาสในการทำกำไรจากป๊อปคอร์น พวกเขาจึงเปลี่ยนแผนใหม่ จัดแจงไล่คนขายไปซะ แล้วตั้งบูธขายป๊อปคอร์นของโรงหนังเองซะเลย บวกราคาเพิ่ม และตั้งกฎไม่ให้คนดูเอาอาหารจากภายนอกเข้าไป ตั้งแต่นั้นมา โรงหนังก็ได้สิทธิ์ผูกขาดในการขายป๊อปคอร์น (แพง ๆ) แต่เพียงผู้เดียว

ขนมป๊อปคอร์น กับการกินตอนดูหนัง
ตอนนี้วัฒนธรรมป๊อปคอร์นได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ขนาดเราเองเวลาจะดูหนังออนไลน์ในห้องโฮมเธียเตอร์ที่บ้าน ยังต้องมีป๊อปคอร์นชามใหญ่มานั่งกินไปด้วย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่ได้บรรยากาศ แอบกระซิบบอกเลยว่าคั่วเองกินเองที่บ้านต้นทุนถูกกว่าซื้อหน้าโรงหนังหลายเท่าตัว ประหยัดทั้งค่าตั๋ว ค่าขนม ฟินคูณสองเลย

ทีนี้เราก็พอจะรู้กันแล้วใช่มั้ย ว่าทำไมต้องขนมป๊อปคอร์นถึงถูกเลือกให้กินคู่ตอนดูหนัง แต่ไม่ว่าจะเปิด เว็บดูหนังออนไลน์อยู่ที่บ้าน หรือดูในโรงหนัง การมีอะไรอร่อยๆ กินไปด้วยดูไปด้วยนั้นเป็นการเพิ่มพูนความสุขในการดูหนังไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

อยากรู้ว่าหนังเรื่องไหนน่าดู จะต้องดูองค์ประกอบอะไรบ้าง

อยากดูหนังแก้เบื่อสักเรื่อง เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ขึ้นมาแต่ละที หนังมันช่างมีให้เลือกมากมายอลังการ ทั้งหนังใหม่ หนังเก่า ทำเอาเลือกยากตาลายซะเหลือเกินว่าจะดูเรื่องไหนดี บางเรื่องพอเปิดเข้าดูแล้วก็ไม่ไหวไม่ได้ดั่งใจเลย เจอปัญหาแบบนี้บ่อย ๆ เหมือนกันมั้ย ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ถ้าคุณไม่อยากผิดหวังกับหนังที่เลือกดู ลองมาดูเกณฑ์ในการเลือกหนังกัน ไม่ต้องสุ่มมั่วให้เสียเวลา และเพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสในการดูหนังให้มากขึ้นกว่าเดิม

1. คุณภาพการผลิต (Production)
หนังคุณภาพหลายเรื่องที่ออกฉายให้เราได้ดู ล้วนแล้วแต่เป็นการถ่ายทำในสตูดิโอเทือบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น X-men, King Kong, Iron Man, The Avengers, The Hunger Games หรือแม้แต่หนังฟอร์มยักษ์ อย่าง Avatar ที่เบื้องหลังมีการทำงานในสตูดิโอ ส่วนสตูดิโอที่ใช้ในการถ่ายทำหนังก็มีหลายค่าย มีทั้งสตูดิโอเล็ก และสตูดิโอใหญ่ นอกจากนี้ลักษณะการถ่ายทำ และเทคนิคต่างๆ ของแต่ละค่ายมีความถนัดที่แตกต่างกัน

2. เรตติ้ง (Rating)
สำหรับเรตติ้งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถชี้วัดได้ว่า หนังเรื่องนี้น่าดูหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการจัดประเภทหนังที่ได้รับความนิยมในตอนนั้นก็ได้ คะแนนของหนังจะเน้นการกระทำไปพร้อมกับการดำเนินเรื่อง เพื่อให้มีอารมณ์ร่วมไปกับหนังด้วย

3. นักแสดง (Actors)
การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรางวัลที่สำคัญของหนัง การเสนอชื่อเข้ารับรางวัลอื่นๆ ซึ่งจะต้องดูด้วยว่าผู้กำกับ และนักแสดงหลักเป็นใคร เคยได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง และมีประวัติการทำหนัง หรือแสดงหนังเรื่องใดมาก่อน ถนัดหนังประเภทไหน เหล่านี้ก็สามารถชี้วัดได้ว่า หนังเรื่องที่คุณสนใจมีคุณภาพมากแค่ไหน

4.เพลงประกอบ (Music sound)
สำหรับเพลงประกอบหนัง เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อหนังอย่างมาก ดังนั้น เพลงประกอบที่ดีเมื่อได้ยินแล้วเราจะต้องมีอารมณ์ร่วมไปกับเพลงด้วย ฟังแล้วเคลิ้มตาม ฉากต่างๆ ในหนังผุดขึ้นมาในหัวอย่างต่อเนื่อง ยิ้มด้วยความอิ่มเอมใจ เขินอายด้วยฉากรักสุดแสนโรแมนติก สะเทือนใจด้วยฉากเศร้าบีบคั้นอารมณ์ ซึ่งอารมณ์ร่วมเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้มาจากความสอดคล้องของบทเพลงประกอบกับเนื้อเรื่องหลัก และอารมณ์ของหนังร่วมด้วย

5.คาแรคเตอร์ของหนัง (Character)
ต้องดูด้วยว่าหนังเรื่องดังกล่าวมีคาแรคเตอร์เป็นอย่างไร บทภาพยนตร์ถูกดัดแปลงมาจากงานอื่น หรือมีแนวคิดมาจากไหน? ที่สำคัญต้องดูด้วยว่าบทภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีประสิทธิภาพหรือไม่ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการแสดง และบทสนทนาได้ดีแค่ไหน นักแสดงนำของเรื่องเป็นใคร เคยได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง สามารถเข้าถึงบทตัวละครและถ่ายทอดออกมาให้ผู้ชมรู้สึกอินตามได้มากน้อยแค่ไหน

6.ช่างกล้องหรือผู้กำกับภาพ (Photographer)
ช่างกล้องหรือผู้กำกับภาพ เป็นทีมงานที่มีความสำคัญกับหนังมาก เพราะการกำกับภาพจะช่วยส่งอารมณ์หนังไปยัง ผู้ชม ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมในฉากเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อภาพที่ต่อเนื่อง หรือเทคนิคมุมกล้องที่ทำให้ฉากประกอบในหนังดูมีชีวิตชีวา หนังบางเรื่องเน้นการเล่าเรื่องผ่านภาพ บทพูดของตัวละครน้อยถึงน้อยมาก หรือไม่มีบทพูดเลย ซึ่งการเล่าเรื่องแบบนี้ต้องอาศัยวิธีการกำกับภาพที่ดี จึงจะสามารถสื่อถึงอารมณ์ของภาพ อารมณ์ของตัวละคร และอารมณ์ของหนังให้ผู้ชมรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กันค่ะ

7.เทคนิคพิเศษ (Special Effects)
เทคนิคพิเศษในหนังจะสร้างภาพในจินตนาการผู้เขียนบท และผู้กำกับภาพยนตร์ให้ออกมามีความสมจริงยิ่งขึ้น คือ เทคนิคพิเศษที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยการนำอุปกรณ์มาประดิษฐ์และสร้างสรรค์ หรือฉากจำลอง เพื่อให้เกิดความสมจริงในหนัง ไม่ว่าจะเป็นระเบิด เลือด รอยบาดแผล อาวุธ เป็นต้น และหนังที่สร้างขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ เช่น ภาพวาดจากคอมพิวเตอร์ โปรแกรมการแมตช์ภาพ เทคนิค CGI การใช้ภาพซ้อน หรือการสร้างฉากทั้งหมดด้วยการวาดลงบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนั้น เทคนิคพิเศษที่อยู่ในหนังจะต้องสอดคล้องกับบท มีความเนียนและสมจริง ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเพลิดเพลินในขณะดูหนังไปด้วย

8.แผนการตลาด (Marketing)
การสร้างภาพยนตร์จัดว่าเป็นสื่อที่ต้องใช้เวลา และเงินลงทุนในการจัดสร้างค่อนข้างสูง เพราะมีองค์ประกอบ และปัจจัยต่างๆ หลายอย่างร่วมกัน ยิ่งเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่มีผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง มีบทภาพยนตร์ที่ดี น่าสนใจ ฉากอลังการ ใช้เทคนิคการถ่ายทำประกอบกับการลงทุนมหาศาลในการสร้างแล้ว ขั้นตอนและกระบวนการทำหนังก็จะยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นไปด้วย เพื่อให้งานออกมามีคุณภาพ ดังนั้น จึงต้องเข้าใจทิศทางของตลาดด้วยว่า ณ เวลานั้น ตลาดต้องการความบันเทิงรูปแบบไหน เพราะถ้ามาถูกทางก็จะสามารถสร้างรายได้ให้คุ้มค่ากับเงิน และแรงที่ลงทุนไป ซึ่งอาจทำกำไรได้มหาศาลด้วยเช่นกัน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดี ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

ต้องการ ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้าน อยากได้ระบบเสียงชัดจัดเต็มแบบโรงภาพยนต์ คนชอบดูหนังแบบพวกเราควรจะมีลำโพงแบบเริ่ดๆใช่มั้ยล่ะ แล้วก็ถ้าหากกล่าวถึงลำโพงดูหนังอยู่บ้านไม่มีผู้ใดไม่คิดถึง Sound Bar กับ Home Theater เนื่องจากว่าทั้งสองนั้นเป็นลำโพงดูหนังอยู่บ้านที่มอบพลังเสียงได้ครบถ้วนบริบูรณ์มากยิ่งกว่าลำโพงจำพวกอื่นและก็เนื่องในเหตุการณ์เดี๋ยวนี้ที่มีการระบาดวัววิด-19 ก็เลยทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยอยากได้เปลี่ยนแปลงจากการดูหนังในโรงภาพยนต์มาเป็นดูหนังในบ้านแทนก็เลยนำมาซึ่งการทำให้เดี๋ยวนี้ยอดจำหน่ายของ Sound Bar กับ Home Theater พุ่งกระฉูด วันนี้พวกเราก็เลยมีประโยชน์เกี่ยวกับ Sound Bar กับ Home Theater มาบอกให้ผู้ที่อยากรู้ว่าลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

Sound Bar (ซาวด์บาร์) เป็นอย่างไร?
ซาวด์บาร์ ก็คือลำโพงประเภทหนึ่ง สถานที่ทำงานดังการเอาลำโพงหลายๆใบมาใส่รวมไว้ภายในเคสยาวๆเปลี่ยนเป็นลำโพงทรงแท่ง ที่ดูผิวเผินและเค้าหน้าไม่ราวกับลำโพงแบบเก่าที่พวกเรารู้จักดีกันสักมากแค่ไหน
Home theater (โฮมเธียเตอร์) เป็นอย่างไร
โฮมเธียเตอร์ Home theater หรือ Home cinema เป็นระบบภาพยนตร์สำหรับในการใช้งานในบ้าน โดยรวมเอาระบบเครื่องเสียง แล้วก็วัสดุอุปกรณ์แสดงภาพเข้าด้วยกัน การใช้แรงงานภาพชอบระบบฉายภาพ โดยมีเครื่องฉายภาพและก็หน้าจอ หรือทีวีหน้าจอใหญ่ หรือทีวีความแหลมคมชัดสูง การถ่ายทอดประสิทธิภาพเสียงนั้นอาศัยระบบเสียงรอบทิศทาง ที่มีความน่านับถือสูง หรือระบบไฮไฟ

สรุปแล้วเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

– คอนโดพื้นที่น้อยให้จัด Sound Bar
คุณลักษณะเด่นของ Sound Bar เป็นการตำหนิดตั้งในพื้นที่จำกัด นอกเหนือจากที่จะมีน้อยชิ้นแล้วตำแหน่งของการวางลำโพงก็ยังง่ายมาก เพียงแค่ติดให้อยู่กึ่งกลางโทรทัศน์เพียงแค่นั้น สบาย ตอบปัญหาห้องสไตล์คอนโด หรือห้องดูหนังที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก
– Sound Bar ให้ตำแหน่งเสียงพูดได้ดีมากว่า
การวางลำโพงไว้กึ่งกลาง ทำให้เสียงพูดรวมทั้งเสียงเบสแจ่มกระจ่างเสมอกัน ซึ่งตำแหน่งของเสียงบอกที่ดีควรต้องอยู่กึ่งกลาง ด้วยเหตุดังกล่าว ถ้าเกิดดูหนังกับสหายๆแล้วต้องการจะให้ทุกคนได้ยินเสียงพูดชัดแจ๋วตรงกันทั้งผอง เลือก Sound Bar ได้เลย!!
– เรื่องมิติของเสียงซ้ายขวาก็จำเป็นต้อง Home Theater
ลำโพง Sound bar ที่มีลักษณะทรงยาว ทำให้ระยะห่างของเสียงซ้ายรวมทั้งขวาอยู่ใกล้กันมากยิ่งกว่าลำโพงที่วางแยกซ้ายและก็ขวา ด้วยเหตุผลดังกล่าว แม้คุณอยากฟังเพลงอย่างมีอรรถรส โดยมีการแยกมิติของเสียงซ้าย-ขวาที่แจ่มกระจ่าง ลำโพงแบบ Home Theater จะเหมาะสมกับคุณที่สุด
– ความสวยสดงดงามก็จำเป็นต้องพิจารณา
ใครกันแน่ที่พอใจชุดเครื่องเสียงก้องกังวานแบบจัดเต็มคงประทับใจกับความงามตระการตาของ Home Theater ที่ให้ความรู้ความเข้าใจสึกเสมือนชูโรงภาพยนต์มาเอาไว้ภายในบ้าน แม้กระนั้นถ้าเกิดใครกันแน่อยากได้ความงามแบบไม่นิมอล Sound bar ก็โก้เก๋ได้เช่นเดียวกัน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com